ดนตรีฮิบฮอป ไฟสงครามแร๊ปเปอร์ที่โหมทำลาย อเมริกา!!

วิถีดนตรีฮิปฮอป มันวิถีชีวิตที่กระจายไปทั่วโลก มันคัลเจอร์ที่ทรงอิธิพลที่สุดในโลก แต่ใครจะรู้ไหมว่า ก่อนที่ฮิปฮอปจะ มาเป็นถึงทุกวันนี้ เคยมีสงครามระหว่างชาวแร๊ปที่ทำให้ คนทั้งอเมริกาแบ่งฝั่งกลายเป็น2ขั้วอำนาจ แห่งดนตรี คล้ายๆกับบ้านเราที่แบ่ง เป็นสองขั้วสองสี ท่ดๆ ไม่พิมต่อแล้ว เรามาดูดีกว่า สงครามชาวแร๊ปเกิดอะไรขึ้นจนทำให้ไฟแห่งฮิปฮอปโหมกระหน่ำอเมริกา

โดยดนตรีฮิปฮอปในอเมริกาจะแบ่งเป็นสองฝั่งหลักๆคือ EAST COAST และ WEST COAST  ที่ห่างกันไกลแบบสุดล่าฟ้าเขียว

East Coast

จุดเริ่มจ้นของฮิปฮอปเริ่มขึ้นจากฝั่งนี้ ฝั่งซึ่งเป็นจุดกำเนิดของออริจินอลฮิปฮอป มันเริ่มที่ NY มหานครนิวยอร์ก … ในปี 1974 Granmaster Caz , Grandmaster Flash และ Africa Bambaataa คือผู้ต่อยอดการเปิดแผ่นเสียงของ DJ Kool Herc โดยการใช้ MC คอยแร็ปประกอบบีตขณะพวกเขาเปิดเพลงจากแผ่นจนกลายเป็นต้นแบบในการแสดงของเหล่าแร็ปเปอร์มาจนถึงทุกวันนี้ และหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี (ประมาณปี 1979) การบันทึกเสียงลงแผ่นเสียงไวนิลครั้งแรกของประวัติศาสตร์ฮิปฮอปก็เกิดขึ้นที่นี่จากเพลงที่ชื่อ Rapper’s Delight โดยศิลปิน The Sugarhill Gang ถึงแม้เพลงนี้จะดังมากและจุดประกายวงการแต่ในสายตาเหล่าดีเจยุคแรกกลับมองว่าเป็นเพลงที่งี่เง่าสิ้นดี และนิวยอร์ค บรู้คลินที่คือกำเนิด ของจอมทัพ ของฝั่ง EAST COAST คือ The Notorious B.I.G

 

West Coast


ฝั่ง West Coast นับลอสแองเจลิสเป็นที่ตั้ง โดยแรกเริ่มในช่วงประมาณ 1980 นั้นฮิปฮอปของฝั่งนี้ซาวด์จะมีลักษณะเป็นเทคโนฮิปฮอปอย่างเดียว หมายความว่าตัวเพลงและบีทจะให้กลิ่นแบบโลกอนาคต เจืออิเล็กทรอนิกเยอะ ๆ ซึ่งมีกลิ่นไอของความเป็นฟังก์ ในเพลงไซด์โปรเจกต์ของ ดีเจ Africa Bambaataa ที่ชื่อ Africa Bambaataa & Soul Sonic Force แต่สิ่งที่ทำให้ดนตรีฝั่งนี้เป็นที่โด่งดังมากคือถ้อยคำแร็ปที่ถูกแต่งขึ้นจากวิถีชีวิตความรุนแรงในสลัม การเหยียดผิวของตำรวจ ยา และ gangster ซึ่งมีที่มาจากบ้านเกิดจริง ๆ ของพวกเขา โดยเฉพาะในเมืองทางใต้อย่าง Compton จุดกำเนิดของ N.W.A หนึ่งในกลุ่มแร็ปที่ซ่าแทบจะที่สุดในโลก (แนะนำให้ไปดูมหัศจรรย์วีรกรรมของพวกเขาใน ‘Straight Outta Compton’) อัจฉริยะแห่งยุคสมัย 00s อย่าง Kendrick Lamar ก็เกิดที่นี่ ค่ายเพลงประวัติศาสตร์ ‘Death Row Records’ ของโปรดิวเซอร์โคตรโหด Suge Knight ก็อยู่ที่นี่ด้วย และที่สำคัญ ผู้นำในสงคราม แร๊ปเปอร์ ทางด้านฝั่ง WEST COAST อย่าง 2PAC ก็อยู่ที่นี่ด้วย

จุดเริ่มต้นไฟสงคราม

ทูพัค (Tupac Amaru Shakur) และ บิ๊กกี้ (Christopher George Latore Wallace) เกิดในช่วงปีไล่เลี่ยกัน ณ ชวงเวลาที่ฮิปฮอปก่อตัวขึ้น ทูพัคเกิดช่วงปี 1971 ส่วนบิ๊กกี้เกิดปี 1972 แต่เส้นทางการเติบโตนั้นกลับต่างกันเหลือเกิน ในขณะที่ทูพัคเดินอยู่บนเส้นทางที่สว่างไสวโดยเริ่มเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ 13 พออายุย่างเข้า 20 ก็ออก EP ชุดแรกและได้เซ็นสัญญาเข้าไปอยู่กับ ‘Interscope Records’ (Eminem , Dr.Dre ล้วนเคยอยู่ค่ายนี้) ในหนึ่งปีหลังจากนั้น แต่ชีวิตของบิ๊กกี้ในช่วงเวลานั้นกลับดำมืดต่างกันลิบลับ เขาเป็นหนึ่งในนักค้าโคเคนรายใหญ่ มีประวัติเสียมากมายทั้งอาชญากรรม ทำร้ายร่างกาย จนทำให้เข้าไปนอนอยู่ในคุกอยู่บ่อย ๆ ส่วนที่ดีที่สุดของเขาจึงหนีไม่พ้นความสามารถในการแร็ปที่จะถูกผลักดันให้เฉิดฉายในภายหลังกับเจอกับทูพัค
ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการในปี 1993 … เหตุเกิดขึ้นในคืนหนึ่งที่ลอสแองเจลิส บิ๊กกี้ข้ามฝั่งมาที่ West Coast เพื่อติดต่องานกับพ่อค้ายาในท้องถิ่นของฝั่งนี้ ความบังเอิญคือทูพัคอยู่ที่นั่นด้วย คงเป็นเรื่องของความชื่นชมส่วนตัวที่ทำให้บิ๊กกี้ขอให้พ่อค้ายาคนนั้นช่วยแนะนำเขาให้กับทูพัคหน่อย บิ๊กกี้กับทูพัคเลยได้ รู้จักกันครั้งแรกผ่าน คนขายยา แต่ด้วยเคมีที่ค่อนข้างเข้ากัน เขาจึงสนิทกันเร็วมาก จน ทูพัคถึงกับเอ่ยปากชวนบิ๊กกี้ไป Get hight ต่อกันที่บ้านเลยทีเดียว และหลังจากปาตี้กัน นั้น เขาสองคนก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนรัก 2 เมือง ที่ยามไปหามาหาสู่กัน จะต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านเป็นอย่างดี
ทูพัคเห็นความชื่นชอบในการแร๊ปของบิ๊กกี้ เลยแนะนำและสอนวิธีการทำงานในวงการแร๊ปเปอร์ให้กับ บิ๊กกี้ จนตัวบิ๊กกี้ ถึงกับเอ่ยปากอยากเข้ากลุ่มแร๊ปเปอร์ที่ชื่อว่า Thug life ของ ทูพัคเลยทีเดียว

ในช่วงนั้นบิ๊กกี้ได้รับ การติดต่อทาบทามจาก พัพแด้ดดี้ แต่ทางบิ๊กกี้กังวลว่าค่าย มันอาจจะดูใหม่ไปสำหรับเขา และใจจริงบิ๊กกี้ยังอยากเป็นแร๊ปเปอร์เคียงบ่าเคียงไหล่ของ ทูพัค จริงๆ จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาทูพัค ทูพัคบอกกับบิ๊กกี้ ว่า อยู่กับพัพน่ะดีแล้ว เขาจะทำให้มืงโด่งดังเอง

จุดเริ่มต้นของ สงครามมันเริ่มจาก การ บ่ายเบี่ยงประเด็นให้กับบิ๊กกี้ของ ทูพัค เมื่อมีอยู่ครั้งนึง ทูพัคได้รู้จักกับผู้หญิงคนนึง ชื่อว่า Ayanna Jackson เธอได้มาหาทูพัคที่โรมแรม โดยที่ในห้องมี ทั้ง ผู้จัดการส่วนตัว Haitian Jack และอีกหลายๆคน กลับกลายเป็นว่าเธอโดนข่มขืน

เธอเข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการทารุนกรรมทางเพศ และมีอาวุธในครอบครองแต่ทูพัคอ้างว่า อาวุธเหล่านั้นไม่ใช่ของเขาแต่เป็นของบิ๊กกี้ แต่ก็ทำให้คนอื่นได้รับการเข้าคุกยกเว้นทูพัค แค่คนเดียว

การแก้แค้นเริ่มต้นขึ้น!!

การแก้แค้นและแตกหักก็อยู่ตรงจุดนี้จริง ๆ … นั่นคือวันเดียวกันกับที่ทูพัคต้องไปอัดร้องรับเชิญให้กับเพลงของศิลปินที่ชื่อ Little Shawn จากคำเชิญของผู้จัดการของชอว์นอย่าง Henchman Rosemond ผู้สนิทสนมกับบิ๊กกี้และพัฟ (ซึ่งคงเป็นเหตุผลหลักที่ทูพัครับงานนี้)
ทูพัคมาที่ ‘Quad Recording Studios’ ในไทม์สแควร์ สถานที่นัดหมาย กับเพื่อร่วมงานอีกสามคน ไร้บอดี้การ์ดใด ๆ พอมาถึงก็รู้สึกประหลาดใจนิด ๆ เมื่อพบกับชายสามคนชั้นล่างของห้องอัดซึ่งแต่งตัวเหมือนกับทหารในเครื่องแบบเป๊ะ ๆ ที่มาพร้อมอาวุธปืน แต่เขาไม่เคยคิดว่าคนผิวสีคนไหนจะคิดว่าเขาเป็นตัวปัญหาไปได้

แต่ชาวผิวสี สามคนพวกนั้นกลับรุมกระทืบทูพัคทันที ด้วยสัญชาติญาณทูพัคคิดจะควักปืนที่พกมาด้วย แต่กลับโดนรุมกระทืบและถูกยิงถึง5นัด และโดนปลดทรัพย์สินทั้งหมดของทูพัค ทูพัคต้องเอาตัวรอดด้วยการแกล้งตาย จึงรอดออกมาได้ เขาแบกสังขารที่ ร่างกายโดนยิงถึง 5 นัด ขึ้นลิฟท์ไป พอลิฟท์เปิด เขาเห็นบิ๊กกี้ พัพแด้ดดี้ และชาวแร๊ปในเมือง NY ครบทุกคน อยู่ในนั้น

ในสายตาของทูพัคเขาเชื่อว่ากำลังโดนเพื่อนหักหลัง และความเชื่อใจที่ทูพัคเคยมีให้บิ๊กกี้ก็จบลงตรงนี้ “เขาเป็นหนี้ฉันมากกว่าที่จะเบือนหน้าหนีแล้วทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น แกไม่รู้จริง ๆ เหรอไว้ใครยิงฉันคาบ้านเกิดของแก ฉันมั่นใจว่าไอคนนั้นมันต้องเป็นเพื่อนบ้านของแกแน่ ๆ”

ทีใครทีมัน!!

กรรมที่ก่อไว้ย้อนมาเล่นงานทูพัค เมื่อศาลนำคดีของ Ayanna Jackson มาไต่สวนอีกครั้ง เคยไตร่ส่วนในครั้งแรกแล้วรอด แต่ผลในครั้งนี้ปรากฏความจริงสู่สาธารณะว่าเขาผิดจริง และถูกสั่งจำคุกอย่างน้อยหนึ่งปีครึ่ง สามารถประกันตัวได้ด้วยเงิน 3 ล้านเหรียญ

ณ ขณะที่ติดคุกอยู่นั้นทูพัคไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างไร เขาส่งข้อความไปหา Keisha Morris ภรรยา ณ เวลานั้นของเขา ให้ส่งข้อความไปหา Suge Knight (ผู้ก่อตั้งค่าย ‘Death Row Records’) เพื่อให้หาทนายเก่ง ๆ มาช่วยให้เขาหลุดออกไปให้ได้เพราะต้องรีบไปช่วยแม่ของเขาที่กำลังจะสูญเสียบ้านไป
ซูจ ส่งเงิน 15,000 ไปช่วยแม่ของทูพัค และยื่นข้อเสนอในแบบที่ไม่เคยยื่นให้ศิลปินคนไหนมาก่อน โดยเขาหาทนายมาช่วยทูพัคออกมา เพื่อให้ทูพัคตกลงมาเป็นศิลปินใน Death Row Records โดยมีเงื่อนไขโดยที่ว่า เขาจะต้องผลิตอั้ลบั้ม ในนาม Death Row Records 3 อั้ลบั้ม

ในขณะชนวนของสงครามแร๊ปของทั้งสองฝ่าย กำลังเดือดพล่าน เพลง ที่ทั้งสองฝ่ายออกมาโจมตีกันหนักขึ้นเรื่อยๆ รวมเริ่ม การปล่าวประกาศด่ากันของทั้งสองฝ่ายในงานรับรางวัล มันคือความเคียดแค้นของทั้งสองฝั่ง ที่มันไม่ใช่แค่ดนตรีอีกต่อไป

จุดจบของทั้งคู่ ที่เป็นตำนาน

ทูพัคถูกยิงอีกครั้งในวันที่ 7 กันยายน 1996 ในลอสแองเจลลิสหลังจากที่ดูการชกของ Mike Tyson และพบกับคนฝั่งบิ๊กกี้และประเคนบาทาจนเละไป เขาถูกยิงที่กลางสี่แยกในขณะกำลังจะไปดื่มหลังจากกระทืบแล้ว และเสียชีวิตในหกวันถัดมาในโรงพยาบาล ด้วยวัยเพียง 25 ปี และในวันที่ 9 มีนาคมของปีถัดมา บิ๊กกี้ก็ถูกยิงในขณะที่กำลังขับรถกลับบ้านหลังจากไปโปรโมทเพลงในลอสแองเจลลิสมาดินแดนแห่ง 2pac  เขาเสียชีวิตทันทีในวัย 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงห่างของอายุที่เท่ากับตอนที่ทั้งคู่เกิดและได้รู้จักกันเลย

 

สงครามของทั้งคู่จบลงด้วยชีวิตของทั้งคู่ แต่ผลงานของเขาและเรื่องราว จะอยู่ในสัมผัสได้ ตลอดไป

 

Please follow and like us:

Author: admingod

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *